สากัจฉาธรรม: เหตุที่จะทำให้เกิดสมาธิ

บทย่อ :...เหตุที่จะทำให้เกิดสมาธิ จิตรวมเป็นอารมณ์อันเดียว....

อันดับแรก เริ่มจากเรื่องของศีล ศีลนี้คือพื้นฐานแล้ว พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่า ช้าง ม้า โค ลา สัตว์ 2 เท้า 4 เท้า อะไรต่างๆ จะสำเร็จกิจกรรมอะไร ยืน เดิน นั่ง นอน ต้องอยู่บนพื้นดิน ต้องสำเร็จอยู่บนพื้นดินเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นสมาธิขั้นไหน สมาบัติขั้นไหน ปัญญาแบบไหน โพชฌงค์ 7 มรรค 8 ..ต้องอยู่บนพื้นฐานของศีล จบ ..ถามว่าศีลขั้นไหนถึงจะพอ ..ก็ขั้นของคนธรรมดา ก็คือศีลห้า...แต่ถ้าเรามีศีลที่ดีขึ้น ศีลที่เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ คือลักษณะของศีลแปด ..อันนี้ก็ยิ่งดียิ่งขึ้น..ก็อยู่ในสถานภาพอย่างไหน ก็ปฏิบัติตามความปกติของสถานภาพของตนๆ ...ศีลในที่นี้ ก็คือเรื่องของการคุมกาย คุมวาจา พระพุทธเจ้าใช้คำดังนี้ว่า เป็นผู้ประพฤติชอบทางกาย ทางวาจา ..คือส่วนใหญ่เรารักษาได้ เรื่องของใจก็ด้วยเหมือนกัน ....อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องของอาชีวะ การดำรงชีวิตของเรา ....ถ้าจะพูดง่ายๆ ก็คือ เป็นผู้ประพฤติชอบสม่ำเสมอ ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ และด้วยอาชีวะ พร้อมทั้งการไม่ยกตนข่มท่าน อันนี้อาตมารวบเลย รวบเป็นขั้นที่ 1....

....อันที่ 2 คือ เป็นผู้ที่มีหิริโอตัปปะ ก็คือหมายถึงความละอาย และก็ความกลัวต่อบาป บางคนคิดว่าปฏิบัติธรรมแล้วไม่ต้องกลัวอะไร แต่มันต้องมีความกลัวอยู่ ต้องกลัวบาป นี่คือความกลัวที่เป็นกุศล ต้องมี...

...อย่างที่ 3 คือ เป็นผู้ที่สำรวมอินทรีย์ ...อินทรีย์ทั้ง 6  ถ้าเราปล่อยให้มันเผลอเรอ เป็นช่องทาง มันก็เป็นประตูให้ทั้งดีทั้งชั่วเข้า ก็คือพูดง่ายๆ ทั้งยารักษาโรคและเชื้อโรคก็เข้าได้ มันก็อาจจะเหวอะหวะจากสิ่งที่ไม่ดีได้ เราก็ต้องรู้จักรักษา ไม่ให้สิ่งที่เป็นอกุศลธรรมมันเข้า ให้เฉพาะสิ่งที่เป็นกุศลธรรมเข้าเท่านั้น...

...ข้อที่ 4 ก็คือเรื่องการรู้ประมาณในการบริโภค....ประเด็นคือ กินอาหารที่มันถูกธาตุ และก็ดับเวทนา เวทนานี้ก็มีทั้งเวทนาเก่า เวทนาใหม่.....พระพุทธเจ้าแนะนำว่า คำสุดท้ายให้มีช่องว่างเหลืออยู่ในท้อง....ก็จะเป็นผู้ที่มีกายเบา...การเห็นแก่ปากแก่ท้องนี้ไม่ดี....

...ข้อที่ 5 คือการประกอบตนให้อยู่ในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น ตื่นอยู่เสมอ คำว่าตื่นอยู่เสมอ ไม่ใช่ว่าไม่นอน แต่หมายความว่า ให้พักได้ แต่ว่าเวลานอน ก็นอนยามเดียว ..เวลาไหนที่นอน ก็คือนอนยามกลางแห่งราตรี....เวลานอนก็นอนในท่าที่พร้อมที่จะลุก.....แล้วก็ตั้งสติไว้เลยว่า รู้สึกตัวเมื่อไหร่ลุกขึ้นทันที ก่อนนอนก็ตั้งสติไว้ว่า อย่าให้อกุศลธรรมทั้งหลายตามเราไปผู้นอนอยู่.....

...ข้อที่ 6 การที่พยายามที่จะมีสัมปชัญญะ การที่มีสติ อยู่ในอิริยาบทต่างๆ....การฦึกตรงนี้มันฝึกที่จิต เรามีจิตที่ไหนเราฝึกได้ทันที ไม่จำเป็นต้องอยู่ในท่านั่ง หรืออยู่ในท่าเดิน จะนั่งหลับตาลืมตาก็ได้ทั้งนั้น..เราเอาใจมาใส่ในการที่เราจะพยายามตั้งสติขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบทใด ทำเรื่องอะไร..เรีียกว่า เป็นผู้มีสติอย่างมีสัมปชัญญะ...การมีสติอยู่อย่างมีสัมปชัญญะ ก็หมายถึงอย่างงี้ ในทุกๆเรื่อง ในทุกๆกิริยา ในทุกๆเรื่องที่เราทำ...อยู่ตลอดเวลา..พอเรานั่งเป็นเรื่องเป็นราวเป็นรูปแบบ จะช่วยได้...การทำเต็มรูปแบบ เราพยายามทำบ่อยๆ พอไปอยู่ระหว่างวัน มันก็จะช่วยให้เราตั้งสติขึ้นได้ มันจะช่วยกันเกื้อหนุนกัน ทั้ง 2 อย่าง.....

....ส่วนอีกข้อคือ ให้เป็นผู้ที่สันโดษ สันโดษในที่นี้ก็คือพอใจในสิ่งที่เรามี ..ให้สันโดษในบริขารของชีวิต..ให้เป็นผู้ที่อยู่ง่าย กินง่าย อันนี้จะช่วยได้...พระพุทธเจ้าเปรียบเหมือนกับนก เวลานกจะไปไหน ก็มีแต่สัมภาระคือปีก,,เหมือนกับภิกษุ เวลาไปไหนก็มีแค่สัมภาระตัวเอง คือบาตรและจีวร....

.....คนที่สันโดษ อยู่ง่ายกินง่ายแล้ว เขาจะสามารถยินดีในการเสพเสนาสนะอันสงัดได้ ..มีอยู่ 2 นัยยะ...นัยยะแรก ก็หมายถึง ที่ปราศจากลมจากผิวกายคน..ที่ที่มีเสียงอึกทึกครึกโครมน้อย...เป็นที่ทำการลับของมนุษย์....นัยยะที่ 2 ก็คือ จิตสงัดก็ได้..ถ้าใจมีความสงบ ใจมีความไม่คิดเรื่องกาม พยาบาท เบียดเบียน นี้ก็จะถือว่าเขาอยู่ในเสนาสนะอันสงัดก็ได้....

....ทั้งหมดนี้ มันจะทำให้เราละนิวรณ์ได้ นิวรณ์นี่แหละ จะเป็นตัวกั้นไม่ให้เกิดสมาธิ ละนิวรณ์ได้แล้ว สมาธิจะเกิดขึ้นทันที ...นิวรณ์คือเครื่องกางกั้น ทำปัญญาให้ถอยกำลัง ...ที่มีอยู่ 5 อย่าง...ความคิดในทางกาม>>แก้ได้ด้วยการอยู่ง่ายกินง่าย สันโดษ...ความคิดในทางพยาบาท>>>รู้จักสำรวมอินทรีย์ อยู่ง่ายกินง่าย มีสติสัมปชีัญญะ อันนี้จะละไปได้....ความง่วงเหงาหวานอน>>>หายได้ด้วยรู้ประมาณในการบริโภค การประกอบตนอยู่ในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น....ความเคลือบแคลง ระแวงเห็นแย้ง>>>หายไปจากการที่เราสำรวมอินทรีย์ ปฏิบัติอยู่เรื่อยๆ มีสติสัมปชัญญะมันจะมีความมั่นใจมากขึ้น พอใจในการปฏิบัติ....ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ>>>ฝึกตั้งสติอยู่เรื่อยๆในทุกอิริยาบท ไม่ใช่เฉพาะเวลานั่ง มันจะค่อยๆระงับไป....

...พอ 5 อย่างนี้หายไปหมด จิตเราก็จะแจ่มใสขึ้นทันที.......

ออกอากาศวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2557