กามตัณหา อุปมา 10 อย่าง

บทย่อ...กาม เป็นสิ่งที่ผ่านมาทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้นและกาย 5 อย่าง เป็นสิ่งที่จะทำให้ใจของเราไปติดกับดักได้ ..คำว่ากามในที่นี้ คือความกำหนัดเพลิดเพลินลุ่มหลงที่อยู่ในใจของเรา...ถ้าใจของเรามีความกำหนัดเพลิดเพลินลุ่มหลงในอะไรที่อยู่ข้างนอก สิ่งอะไรที่อยู่ข้างนอก ไม่ว่าจะเป็นทางตา หูจมูก ลิ้นหรือกาย ก็เรียกว่าวัตถุกาม ใช่มั้ย....แล้วถ้าใจของเรามีความกำหนัดลุ่มหลงไปทางนั้น อันนี้ก็จะเรียกว่า กิเลสกาม........กิเลสกาม ก็คือ กามนั่นล่ะ วัตถุกาม คือ กามคุณ 5 นั่นล่ะ....

.....ถ้าเผื่อเรามีกิเลสกามหรือกามคุณอยู่ในจเมื่อไหร่ อันนี้ล่ะคือสิ่งที่เราจะต้องระวัง ไอ้กลลวงต่างๆที่มันจะมาทางวัตถุ เราต้องระวังไม่ให้ใจของเรามีกามเกิดขึ้น.......วันนี้จึงจะพูดถึงปัญญาที่จะเปิด เจ้าสิ่งที่มันจะมาเป็นกลลวง เครื่องหลอกลวง ของจิตของเรา ทำให้จิตของเรามีความลุ่มหลง เขาเรียกว่า อุปมาอุปไมยของโทษของกาม 10 อย่างด้วยกัน......พระพุทธเจ้า ยกอุปมาอุปไมยเพื่อจะให้ทราบถึงว่า กามเนี่ยะ มันมีโทษมาก มันมีอันตราย มีความหลอกลวง มีความแอบแฝง เป็นสิ่งที่มีรสอร่อยน้อย มีทุกข์มาก มีเรื่องที่ทำให้เกิดความคับแค้นใจมาก มีโทษมากเป็นอย่างยิ่ง .....อุปมามีทั้งหมด 10 อย่างด้วยกัน....

...1....คือเป็นสิ่งที่จะเปรียบเทียบด้วยท่อนแห่งกระดูกทั้งหลาย..ท่อนกระดูกเป็นยังไง.....เหมือนหมาแทะกระดูก สุดท้ายไม่ได้อะไร กินน้ำลายตัวเอง สุขมั้ย ความสุขนิดเดียว ตอนไหน ตอนที่ได้นั่นล่ะ แต่ไม่อิ่มแหะ ..เป็นความสุขลมๆแล้งๆ อยากได้เหมือนจะอิ่ม แต่พอได้แล้วก็ยังไม่อิ่ม ก็ยังอยากได้อยู่ร่ำไป.....เพราะถ้าไม่อิ่มคือตัณหา..ถ้าเรายังมีตัณหาอยู่ ไม่มีทางอิ่มได้เลย.....มันเหมือนกับเจ้าสุนัขที่มันแทะกระดูก ที่ไม่มีเยื่อติดอยู่เลย มีเลือดเปื้อนอยู่นิดนึง...โอโห ! น่าสมเพชมากท่านผู้ฟัง....

....2...ควรเปรียบด้วยชิ้นเนื้อ..พระพุทธเจ้าเปรียบเทียบนกแร้งหรือเหยี่ยวตัวหนึ่ง คาบชิ้นเนื้อชิ้นหนึ่งมา แล้วก็ถูกนกแร้งนกอื่นเข้าพยายามที่จะรุมจิกรุมแย่ง คือสิ่งต่างๆที่เรามี เราได้มาเนี่ยะ มันไม่ได้เป็นสิทธิ์ของตัวเราเสมอไป มันไม่เป็นของที่เรียกว่าอสาธารณะ.....คือมันเป็นของที่เป็นสาธารณะของคนอื่น คนอื่นเขาจะเอาไปได้นะ ของที่สาธารณะของคนอื่น หมายความว่า เขาสามารถแย่งจากเราไปได้....ไม่ใช่แค่เป็นสาธารณะกับคนอื่น แต่ยงเป็นสาธารณะกับภัยพิบัติต่างๆ นี่คือสิ่งที่เป็นสาธารณะ.......สิ่งที่เป็นอสาธารณะ คือสิ่งที่ไม่เป็นสาธารณะกับคนอื่น เช่นว่าความสุขในใจของเรา สุขอยู่ในใจ คนอื่นเอาไปไม่ได้....

....3...ควรเปรียบด้วยคบเพลิงหญ้า...หญ้าเวลาจุดไฟแล้ว ไม่ได้จะมีเปลวหรือทำให้เกิดแสงสว่างมากเท่าไหร่ ส่วนใหญ่มันจะมีควันออกมา.....เวลาเราถือคบเพลิงหญ้าเนี่ยะ เดินทวนลมไป ลมมันก็ตีเข้าตา ก็แสปตาอีก ถือไปๆเจ้าเชื้อมันก็หมด ก็ต้องระวังว่ามันจะไหม้มืออีก....

....4...ควรเปรียบด้วยหลุมถ่านเพลิง....ถ่านแดงๆที่มีความร้อนอยู่ แต่ไม่มีเปลว.....เป็นกับดัก กับดักที่ไม่ใช่กับดักธรรมดา  เป็นกับดักที่มีความร้อนแรงด้วย..ถ้าเราตกลงไป ฉิบหายแน่นอน...

....5...ควรเปรียบด้วยของในความฝัน....ฝันดี๊ดี ตื่นขึ้นมาก็หายหมด จะฝันดีขนาดไหนก็ตาม ตื่นขึ้นมามันหายหมด แล้วก็จับต้องไม่ได้ด้วยนะของในความฝัน จะกลับไปก็ไม่ได้ ....นอนหลับใหลอยู่ตลอด ก็คนที่มีโมหะมากไง ถูกอวิชชาครอบงำ เหมือนยังไม่ตื่น....ดูให้ทะลุลงไป 1 มิลลิเมตร ..แค่ 1 มิลลิเมตรเท่านั้นเอง คุณจะเห็นความจริงเกิดขึ้น มันฉาบทาอยู่เฉยๆ เป็นของอยู่ในความฝัน.....ฝันทั้งสิ้น ตื่นได้แล้ว ให้เป็นผู้ที่ประกอบด้วยธรรมอันเป็นเครื่องตื่น .....

....6...ควรเปรียบด้วยของยืมเขามา ...ของยืมมา พระพุทธเจ้าเปรียบเหมือนกับคนที่เอาเครื่องประดับอะไรต่างๆ ยืมเขามาแล้วก็มาใส่โชว์ อวดโก้ เดินไปตามร้านตลาด..แต่ถ้าเจ้าของเขามาเห็น ..เขาจะเอาคืนไปทันที เขาเอาคืนไปก็หมดล่ะทีนี้ ก็จบเท่านั้นเอง ก็ต้องคืนเขาไป.......ร่างกายนี้ยืมอะไรมา ยืมโลกมา ยืมธาตุสี่ ดิน น้ำ ไฟ ลม .....เป็นของมี่อยู่ในไหน เป็นของที่อยู่ในโลก พอถึงเวลา เขาก็มาเอาคืนไป .....

....7...ควรเปรียบกับผลไม้....มีคนอยากได้ เขาก็ปีนขึ้นไปเอา อีกคนอยากได้ด้วย แต่ตัวเองปีนไม่เป็น ก็เอาขวานไปสับไปบั่นมัน ....เปรียบเหมือนกับพวกดาราที่สวยๆ มีคนมาจีบเยอะแยะ พอเลือกคนนี้ ปรากฎว่า คนนี้เล่นการพนัน นิสัยไม่ดี......เราคิดว่าความสวยของเราจะนำมาซึ่งสิ่งดีๆ แต่ความสวยนำภัยมาให้ ความงามนำภัยมาให้ เหมือนต้นไม้ที่มีผล ผลนี่แหละนำโทษมาให้ตัวต้นของมัน เพราะว่าต้นของมันถูกทำลาย เพราะว่าผลที่มันมี....ชีวิตของคนสวยๆดีๆบางคน ก็ถูกทำลายไปเพราะว่าเรื่องความสวยของตัวเอง....ผลไม้เกิดมาเพื่อฆ่าต้นมัน กามเกิดมาเพื่อกัดกินจิตใจของเรา อย่าให้มันมี.....

....8...ควรเปรียบกับเขียงสับเนื้อ...เขียงต้องเป็นสิ่งที่รองรับคมมีด สับๆๆ ทุกข์ตลอด กินก็ไม่ได้กิน ถูกสับอย่างเดียว รองรับคมมีดตลอด ..ใครที่ไปยุ่งเกี่ยวกับกาม ก็จะถูกสับอย่างงี้ ..ใจมันถูกปาดออกทันที ใจมันจะถูกริดรอนทันที ใจมันจะถูกคุมอยู่ทันที จะตกอยู่ในอำนาจของกาม...ใครมาสับ มารนั่นแหละมาสับ......

....9...ควรเปรียบด้วยหอกและหลาว...มันคมคอยทิ่มแทง เป็นเครื่องทรมาณ....

...10...ควรเปรียบด้วยหัวงูพิษ....มีภัยมากต้องระวัง ดูไม่ดีมันจะฉกเราถึงตายได้ พิษของกามนี่ก็เหมือนกัน ถ้ามันแทรกซึมถูกฉกด้วยกาม พิษของมันคืออวิชชา มันจะเข้าทำลายระบบป้องกันของเรา ทำให้เรามองไม่เห็น.... ทำให้เราไม่รู้ว่าอะไรคืออะไร....ถ้าจะเสพก็ต้องอยู่ในศีล ถ้าจะมีก็ต้องระวังมัน ระวังเหมือนกับหัวงูพิษนี่แหล่ะ ที่เราจะต้องคอยระวังอยู่ตลอดเวลา.....

...พิจารรณาดุให้ดีท่านผู้ฟัง ว่ากามเนี่ยะ มีทุกข์มาก มีโทษมาก มีเรื่องทำให้เกิดความคับแค้นใจมาก มีโทษอย่างยิ่ง พิจารณาเห็นแล้ว ก็ระวังให้ดี ให้มันเหมือนกับหัวงู ต้องระวังมันตรงนั้น......

ออกอากาศวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557