คำพุทธ: ความฝันครั้งสำคัญ (มหาสุบิน)

..."ความหลุดพ้น ของเราไม่กลับกำเริบ การเกิดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ภพเป็นที่เกิดใหม่มิได้มีอีก"...เมื่อครั้นรู้พระองค์ว่าสิ้นตัณหาแล้วก็ได้ทรงเปล่งอุทานว่า...
"เรานั้น เมื่อยังค้นไม่พบแสงสว่าง มัวเสาะหานายช่างปลูกเรือนอยู่ ได้ท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏ กล่าวคือ ความเกิดแล้วเกิดอีกเป็นอเนกชาติ ความเกิดเป็นทุกข์ร่ำไปทุกชาติ แน่ะ! นายช่างผู้ปลูกเรือนเอ๋ย เรารู้จักเจ้าเสียแล้ว เจ้าจักสร้างเรือนให้เราต่อไปอีกไม่ได้ โครงเรือนของเจ้า เราหักเสียยับเยินหมดแล้ว ยอดเรือน เราขยี้เสียแล้ว จิตของเราเข้าถึงความเป็นธรรมชาติที่อารมณ์จะยุแหย่ยั่วเย้าไม่ได้เสียแล้ว มันได้ลุถึงความหมดอยากทุกอย่าง"...<!--more-->

...ความคิดข้อนี้ได้เกิดขึ้นแก่เราว่า "ธรรมที่เราบรรลุแล้วนี้ เป็นธรรมอันลึก สัตว์อื่นเห็นได้ยาก ยากที่สัตว์อื่นจะรู้ตาม เป็นธรรมระงับและประณีต ไม่เป็นวิสัย ที่จะหยั่งลงง่ายๆ แห่งความตริตรึก เป็นของละเอียด เป็นวิสัยรู้ได้เฉพาะบัณฑิต ก็สัตว์เหล่านี้มีอาลัยเป็นที่ยินดี ยินดีแล้วในอาลัย เพลิดเพลินแล้วในอาลัย สำหรับสัตว์ผู้มีอาลัยเป็นที่ยินดี ยินดีเพลิดเพลินในอาลัยนั้น ยากนักที่จะเห็นธรรมที่อาศัยกันและกันเกิดขึ้น อันมีสิ่งนี้สิ่งนี้เป็นปัจจัย ยากนักที่จะเห็นธรรมเป็นที่สงบระงับในสังขารทั้งปวง คือธรรมที่ถอนซึ่งความยึดถือทั้งสิ้น เป็นความสิ้นตัณหา เป็นความคลายกำหนัด เป็นความดับไม่เหลือ และเป็นความดับเย็น หากเราแสดงธรรมแล้ว สัตว์อื่นไม่พึงรู้ทั่วถึง ข้อนั้นจักเป็นความเหนื่อยเปล่าแก่เรา เป็นความลำบากแก่เรา"...

...กาลนี้ไม่ควรประกาศธรรม อันที่เราบรรลุได้แล้วโดยยาก ธรรมนี้ สัตว์ที่ถูกราคะ โทสะ โมหะ รวบรัดแล้ว ไม่รู้ได้โดยง่ายเลย สัตว์ที่กำหนัดด้วยราคะ ถูกกลุ่มมืดห่อหุ้มแล้ว จะไม่เห็นธรรมอันให้ถึงที่ให้ทวนกระแส อันเป็นธรรมละเอียดลึกซึ้ง เห็นได้ยากเป็นอณู...

เมื่อเราพิจารณาเห็นดังนี้ จิตก็น้อมไปเพื่อความขวนขวายน้อย ไม่น้อมไปเพื่อการแสดงธรรม...

ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2557