คำพุทธ: แม่เจ้าเรือนชื่อเวเทหิกา

กกจูปมสูตร ว่าด้วยอุปมาด้วยเลื่อย
พระโมลิยผัคคุนะคลุกคลีกับภิกษุณี
...ดูกรผัคคุนะ การที่เธออยู่คลุกคลีกับพวกภิกษุณีจนเกินเวลานี้ ไม่สมควรแก่เธอ ผู้เป็นกุลบุตรออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธาเลย ดูกรผัคคุนะ เพราะฉะนั้น ถ้าแม้ภิกษุรูปใดติเตียน ภิกษุณีเหล่านั้นต่อหน้าเธอ แม้ในข้อนั้น เธอพึงละความพอใจ และวิตกอันอาศัยเรือนเสีย แม้ในข้อนั้น เธอพึงศึกษาอย่างนี้ว่า จิตของเราจักไม่แปรปรวน และเราจักไม่เปล่งวาจาที่ลามก จักอนุเคราะห์ ด้วยสิ่งที่เป็นประโยชน์อยู่ แลจักเป็นผู้มีเมตตาจิต ไม่มีโทสะภายใน...
...ภิกษุทั้งหลาย แม้พวกเธอก็จงฉันอาหารในที่นั่งเดียวเถิด เมื่อพวกเธอฉันอาหารในที่นั่งแห่งเดียวอยู่ จะรู้สึกถึงความมีอาพาธน้อย มีความลำบากกายน้อย มีความเบากาย มีกำลัง มีความผาสุก ภิกษุทั้งหลาย เราจะไม่ต้องพร่ำสอนภิกษุเหล่านั้นอีก การทำสติให้เกิดขึ้น เป็นกิจในภิกษุเหล่านั้นแล้ว เปรียบเหมือนรถที่เทียมด้วยม้าอาชาไนย ซึ่งเป็นม้าที่ได้รับการฝึกมาแล้วอย่างดี เดินไปตามฟนทางใหญ่ 4 แพร่ง ในที่ที่มีพื้นราบเรียบ นายสารถีผู้ที่ฝึกหัดเป็นผู้ฉลาด ขึ้นรถแล้ว จับสายบังเหียนด้วยมือซ้าย จับแส้ด้วยมือขวา แล้วก็เตือนให้ม้าวิ่งตรงไป หรือให้เลี้ยวกลับได้ตามความปราถนานี้ ฉันใด ภิกษุทั้งหลาย เราก็ไม่ต้องพร่ำสอน ภิกษุทั้งหลายเนืองๆ ฉันนั้นเหมือนกัน การทำสติให้เกิดได้เป็นกิจที่ภิกษุเหล่านั้นได้ทำแล้ว...
...ภิกษุทั้งหลาย ในครั้งนั้น นางกาลีทาสีมีศีรษะแตก โลหิตไหลโทรม จึงเที่ยวโพทะนาให้บ้านใกล้เคียงทราบว่า คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย เชิญดูการกระทำของคนสงบเสงี่ยม อ่อนโยน เรียบร้อยเถิด ทำไมจึงทำแก่ทาสีคนเดียวอย่างนี้เล่า เพราะโกรธเคืองว่านอนตื่นสาย จึงคว้าลิ่มประตู ปาเอาศีรษะ ปากก็บอกว่ากูจะทำลายหัวมึง ภิกษุทั้งหลาย ตั้งแต่นั้นมา เกียรติศัพท์อันชั่วร้ายของแม่เจ้าเรือนเวเทหิกา ก็ขจรไปแล้วว่า แม่เจ้าเรือนเวเทหิกานั้น เป็นคนดุร้าย ไม่อ่อนโยน ไม่สงบเสงี่ยมเรียบร้อย แม้ฉันใด ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ก็ฉันนั้น เป็นคนสงบเสงี่ยมเต็มที่อยู่ได้ อ่อนน้อมเต็มที่อยู่ได้ เยือกเย็นเต็มที่อยู่ได้ ก็เพียงชั่วเวลาที่ถ้อยคำอันไม่น่าพอใจมากระทบเท่านั้น ก็เมื่อใด ถ้อยคำอันไม่น่าพอใจมากระทบอยู่ ก็ยังสงบเสงี่ยมอยู่ได้ นั่นแหละ จึงเป็นที่รู้กันว่า สงบเสงี่ยมจริง ยังอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่ได้ จึงจะอ่อนน้อมถ่อมตนจริง ยังเยือกเย็นอยู่ได้ จึงจะว่าเยือกเย็นจริง...
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใดเป็นผู้ว่าง่าย ถึงความเป็นผู้ว่าง่าย เพราะเหตุเพื่อจะได้จีวร บิณฑบาตร เสนาสนะ และคิลานเภสัชบริขารทั้งหลาย เราไม่กล่าวว่า ภิกษุนั้นเป็นผู้ว่าง่ายเลย ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า เพราะเหตุว่า ถ้าเผื่อภิกษุนี้ ไม่ได้ปัจจัยสี่เห็นปานนั้นอยู่ ก็จะไม่เป็นผู้ว่าง่าย ไม่ถึงความเป็นผู้ว่าง่าย ส่วนภิกษุใด สักการะธรรมอยู่ เคารพธรรมอยู่ นอบน้อมธรรมอยู่ เป็นผู้ว่าง่าย ถึงความเป็นผู้ว่าง่ายอยู่ นั่นแหละเรากล่าวว่า ผู้ว่าง่ายอย่างแท้จริง เพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลายพึงทำการศึกษาสำเหนียกอย่างนี้ว่า เราจะเป็นผู้สักการะธรรมอยู่ เคารพธรรมอยู่ นอบน้อมธรรมอยู่ เป็นผู้ว่าง่าย ถึงความเป็นผู้ว่าง่ายดังนี้...
ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2557