ตรุษจีน

...ในคำสอนพระพุทธเจ้านั้น บูชาเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง บูชาต้องบูชาบุคคลที่ควรบูชา...แล้วใครคือบุคคลที่ควรบูชา...มีลักษณะอย่างไร....สัมมาทิฐิว่าทานที่ให้แล้วมีผล...โลกุตระ...ยังเวียนว่ายตายเกิด...
...จาก 2 ข้อนี้ ทำให้เราทราบข้อมูลว่า การบูชาที่ควรบูชา บุคคลที่ควรบูชา และการบูชาในลักษณะที่เป็นยัญ สามารถก็ทำได้ เป็นลักษณะของสัมมาทิฐิเหมือนกัน...
...เหตุผลของการบูชามันคือ การที่เราบูชาคุณธรรมของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง คุณธรรมนั้นคืออะไร...

...บูชาเป็นสิ่งที่ควรทำ บูชาต้องบูชาอย่างถูกต้อง บูชาต้องทราบเหตุผลว่าทำไปทำไม และทำไปเพื่ออะไร...

...ผลอานิสงส์ของการบูชา...เพราะการบูชาทำให้จิตเราอ่อนน้อม...ตรงนี้กิเลสมันลอกออกไปนะ...เป็นสิ่งที่ดี คนที่มีธรรมะจะเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนน้อม...การที่จะได้เห็นคุณธรรมในบุคคลนั้น....
...รูปแบบของการบูชา...อามิสบูชา...ได้เบียดเบียนใครมั้ย..ความบริสุทธิ์....นิรามิส.....เราควรจะทำจิตอย่างไร เมื่อเราบูชาโดยไม่มีสิ่งของ หรือมีสิ่งของบูชา คุณควรทำจิตอย่างไร...
...พราหมณ์ปุโรหิตได้สอนเทคนิคในการทำจิตแก่พระเจ้ามหาวิชิตราช...อย่าให้มีความกังวลใจ อย่าให้มีความร้อนใจ ว่าทรัพย์จะหมดเปลืองไป...ผู้มารับทานเป็นคนดีหรือชั่ว...ให้คิดในลักษณะนี้ว่า คนชั่วก็จะได้รับกรรมของเขา เราแจกจ่ายแต่คนดีเท่านั้น ทานของเราก็ไม่เศร้าหมอง...ถ้าเราคิดว่า อาหารนี้จะถึงท่านหรือไม่...ทานเราก็เศร้าหมอง.....ให้รักษาใจของเราให้มีความสบายใจ รักษาใจของเราให้ผ่องใส...

...รูปแบบที่ถูกต้องที่พระพุทธเจ้าแนะนำ ในการทำบุญให้ผู้ตาย คือ เราทำในนามของมารดาบิดา ทำที่ไหน ก็ให้ไปหาเนื้อนาบุญ...

...ก็บูชายัญ (การ sacrifice) อย่างอื่นซึ่งใช้ทรัพย์น้อยกว่า มีการตระเตรียมน้อยกว่า และมีผลมากกว่า มีอนิสงส์มากกว่า กว่าอย่างนั้นๆ มีอยู่หรือไม่? คำตอบคือมีอยู่...

...การบูชาไล่มาตั้งแต่สิ่งของ เลิศหรูอลังการมากๆ...อันนั้นก็เป็นสิ่งที่ดี พระพุทธเจ้าไม่ได้ปฎิเสธ ได้บุญดี ในขณะเดียวกันก็ยังมีสิ่งที่ดีกว่าขึ้นไปอีก บริสุทธิ์บริบรูณ์กว่าขึ้นไปอีก..นั่นคือการสร้างวิหารถวายสงฆ์ที่มาแต่ 4 ทิศ..ไล่ขึ้นไปอีก คือการทำจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์..ไล่ขึ้นไปอีก คือการรักษาศีล..ไล่ขึ้นไปอีก นั่นคือเรื่องของสมาธิและปัญญา...

...เพราะฉะนั้นในรูปแบบของการบูชา ก็ต้องเข้าใจว่า ลักษณะที่เราทำอามิสต่างๆนี่ ยังเป็นไปเพื่อโลกุตระ...เป็นของที่อยู่ในโลก...ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องทำความเข้าใจเพิ่มขึ้นไปว่าสิ่งที่เหนือกว่านั้นก็มี เราก็ขวนขวายทำสิ่งที่ดียิ่งขึ้น จะทำให้การบูชาการกระทำของเรานั้น มีลักษณะบริสุทธิ์บริบรูณ์มากยิ่งขึ้นนั่นเอง...

...และมันเป็นการยาก ที่เราจะไปรู้วาระจิตของบุคคลที่เขากำลังบูชาอยู่ เขาบูชาด้วยความเห็นใดๆ เขามีความเข้าใจในระดับไหน เพราะงั้นการที่จะไปตำหนิเขาอย่างเดียว...มันก็จะเป็นการทุ่มเถียงกัน..ซึ่งการทุ่มเถียงกัน ไม่ดีแน่นอน..บัณฑิตที่เป็นวิญญูชน พิจารณาว่า เอ๊..ถ้าพูดไปจะมีการทุ่มเถียงกัน เราก็ละทิฐินั้นเสีย...

...ใจเราสบาย เพราะมีความผ่องใสด้วยปัญญา เราทำจิตให้รู้ให้เห็นถึงความละเอียดลึกซึ่ง ถึงรูปแบบในการบูชาต่างๆ ซึ่งเมื่อเราทำความเข้าใจแล้วนะท่านผู้ฟัง มันไม่มีอะไรทำที่สูญเปล่า การกระทำของเรานั้นจะไม่สูญเปล่า จะเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามระบบ เราก็สบายใจด้วย คนอื่นที่เขารู้ข้อมูลที่ถูกต้อง เขาก็สบายใจด้วย ความสามัคคีกัน ความเห็นอกเห็นใจกัน การที่ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันนั้นเป็นสิ่งดี เป็นสิ่งที่เราควรจะทำให้เกิดในครอบครัวของเรา...ในประเทศ...เป็นสุขในปัจจุบัน และในภพต่อๆไป...

ออกอากาศวันศุกร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2557