คำพุทธ : ทีฆนขสูตร เรื่องทีฆนขปริพาชก

พราหมณ์! เรื่องมีมาแล้วในกาลก่อน พระเจ้ามหาวิชิตราช เป็นราชาผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์สมบัติมาก มีทองและเงินเหลือเฟือมีอุปกรณ์ของทรัพย์เหลือเฟือ มียุ้งฉางเต็มล้น วันหนึ่งประทับอยู่ ณ ที่สงัด เกิดพระดำริว่า "เราได้เสวยมนุษยสมบัติอันวิบูลย์ ครอบครองปฐพีมณฑลอันใหญ่ยิ่ง ถ้ากระไร เราควรบูชามหายัญ อันจะเป็นประโยชน์เกื้อกูล และความสุขแก่เราสิ้นกาลนาน" รับสั่งให้หาพราหมณ์ปุโรหิตมาบอกพระดำรินี้แล้ว ขอให้บอกสอนวิธีการบูชายัญ

พราหมณ์! ปุโรหิตได้ทูลสนองพระดำรัสนั้นว่า "แว่นแคว้นของพระองค์ยังมีเสี้ยนหนามหลักตอ การปล้นฆ่าในหมู่บ้านก็ยังปรากฎ การปล้นฆ่าในจังหวัดก็ยังปรากฎ การปล้นฆ่าในนครก็ยังปรากฎ การแย่งชิงตามระยะหนทางก็ยังปรากฎ และถ้าพระองค์จะให้เลิกเก็บส่วย ในขณะที่แว่นแคว้นเป็นไปด้วยเสี้ยนหนามหลักตอเช่นนี้ ก็จะได้ชื่อว่าทำกิจไม่ควรทำ อีกประการหนึ่ง พระองค์อาจทรงพระดำริว่า เราจักถอนหลักตอ คือโจรผู้ร้ายเสียได้ด้วยการประหาร การจองจำ การริบ การประจาน หรือการเนรเทศดังนี้ ข้อนี้ ก็ไม่ชื่อว่าเป็นการกำจัดได้ราบคาบด้วยดี เพราะผู้ที่ยังเหลือจากการถูกประหารก็ยังมี ชนพวกนี้จะเบียดเบียนชนบทของพระองค์ในภายหลัง แต่ว่ามีอุบายที่จะถอนหลักตอเหล่านั้นให้ราบคาบด้วยดีได้ คือ ชนเหล่าใดบากบั่นเลี้ยงโคเพื่อกสิกรรม พระองค์จงประทานพืชพันธุ์ข้าวแก่ชนเหล่านั้น ชนเหล่าใดบากบั่นในการค้าขายคือวาณิชยกรรม พระองค์จงประทานเงินเพิ่มให้ชนเหล่านั้น ชนเหล่าใดเป็นข้าราชการ ขอพระองค์จงประทานเบี้ยเลี้ยงแก่ชนพวกนั้น มนุษย์เหล่านั้นต่างจะขวนขวายในการงานของตน ไม่เบียดเบียนแว่นแคว้นของพระองค์ และพระคลังหลวงก็จะเพิ่มพูนมากมาย แว่นแคว้นก็จะตั้งอยู่ได้ด้วยความเกษม ปราศจากเสี้ยนหนามหลักตอ พวกมนุษย์จะร่าเริงบันเทิง นอนชูบุตรให้เต้นฟ้อนอยู่บนอก แม้จักไม่ปิดประตูเรือนในเวลาค่ำคืน ก็เป็นอยู่ได้...

พราหมณ์! ในครั้งนั้น ชนบทนั้นสงบจากเสี้ยนหนามหลักตอแล้ว ปุโรหิตนั้น จึงกราบทูลวิธีแห่งมหายัญ คือการบูชาในครั้งนั้น ได้รับความยินยอมเห็นชอบ จากกษัตริย์ที่เป็นเมืองออก จากอำมาตย์ จากพวกพราหมณ์มหาศาล และคหบดีมหาศาล นี้เป็นบริขาร 4 อย่าง และพระเจ้ามหาวิชิตราช ก็ทรงประกอบด้วยคุณชาติมี 8 อย่าง มีพระชาติอันดี มีรูปสง่างาม เป็นต้น และปุโรหิต ผู้ถวายคำแนะนำ ก็ประกอบด้วยองค์คุณ 4 อย่าง มีความเป็นผู้มีชาติบริสุทธิ์ และเป็นผู้จบเวทย์ เป็นต้น ได้กราบทูลวิธีการแห่งการบูชายัญ คือผู้บูชาต้องไม่เกิดความร้อนใจด้วยความตระหนี่ ทั้งในขณะบูชา บูชาอยู่ และบูชาเสร็จแล้ว และได้กราบทูลวิธีการ ที่จะไม่ให้เกิดความร้อนใจ ด้วยผู้ที่จะมารับทานอีก 10 จำพวก เช่นดังว่านี้ พวกคนที่ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ก็ดี หรือพวกที่งดเว้นจากการถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ก็ดี ต่างก็จะมาสู่ยัญพิธีของพระองค์ ในชนเหล่านั้นบุคคลจำพวกที่ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ ก็จะได้รับผลของกรรมของเขาเอง ขอพระองค์จงทรงปรารภให้เฉพาะพวกที่งดเว้นจากทรัพย์ของเจ้าของไม่ได้ให้เท่านั้น แล้วทรงบูชา ทรงบริจาค ทรงอนุโมทนา ทรงทำจิตให้ผ่องใส อยู่ในภายในเถิด ในการบูชาของพระองค์ พวกคนที่ประพฤติผิดในกาม หรือผู้คนที่กล่าวคำส่อเสียดเป็นต้นก็ดี เป็นต้นนี้ ต่างก็จะมาสู่ยัญพิธีของพระองค์ ในชนเหล่านั้น จำพวกที่ทำอกุศลธรรมจะได้รับผลเพราะกรรมของเขาเอง ขอพระองค์จงทรงปรารภเฉพาะพวกที่งดเว้นจากการทำบาปอกุศลเหล่านั้นเท่านั้น แล้วทรงบูชา ทรงบริจาค ทรงอนุโมทนา ทรงทำใจให้ผ่องใส อยู่ในภายในเถิด

พราหมณ์! ในการบูชายัญนั้น โค แพะ แกะ ไก่ สุกร ไม่ได้ถูกฆ่า สัตว์อื่นๆก็ไม่ต้องได้รับความวิบัติพลัดพราก ต้นไม้ก็ไม่ถูกตัดมาเพื่อหลักยัญ เชื้อเพลิงก็ไม่ถูกเกี่ยวตัดมาเพื่อการเบียดเบียนสัตว์ใดให้ลำบาก พวกที่เป็นทาส เป็นคนงาน เป็นกรรมกร และเป็นคนใช้ ก็ไม่ต้องถูกคุกคามด้วยอาชญาและความกลัว ไม่ต้องร้องไห้น้ำตานองหน้าพลาง ทำการงานพลาง ใครปรารถนาจะทำก็ทำ ไม่ปราถนาก็ไม่ต้องทำ ปราถนาทำสิ่งใด ก็ทำเฉพาะสิ่งนั้น ไม่ปราถนาทำสิ่งใด ก็ไม่ต้องทำสิ่งนั้น ยัญนั้น สำเร็จไปแล้วด้วย เนยใส น้ำมัน เนยข้น น้ำผึ้ง นมส้ม และน้ำอ้อย พราหมณ์! เรารู้ชัดเจนอยู่ ซึ่งหมู่สัตว์เหล่านั้นๆ ผู้บูชายัญอย่างนี้แล้ว ภายหลังแต่การตาย เพราะร่างกายแตก ย่อมบังเกิดในสุคติโลกสวรรค์ พราหมณ์เอ๋ย! ก็ในสมัยนั้น เราเป็นพราหมณ์ผู้ปุโรหิต ผู้สั่งงานบูชายัญของพระเจ้ามหาวิชิตราช นั้น ดังนี้.

ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2557